รายการคนไทยไม่ทิ้งกัน ทาง TNN2 ช่อง true vision 784

2018-03-13 13:42

   มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติเป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมายาวนานแล้ว มีอายุประมาณกว่า 75 ปี ตั้งแต่โรงเรียนผดุงครรภ์อนามัยของโรงพยาบาลหัวเฉียว และก่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัยนับถึงปีนี้ก็คือ 25 ปี ก่อตั้งด้วยความเสียสละโดยการบริจาคเงินของชาวไทยเชื้อสายจีนที่อพยพมาอยู่ในประเทศไทยมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในแผ่นดินไทย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แล้วก็ได้ทำมาหากินจนกระทั่งตั้งตัวได้เป็นเจ้าสัว เป็นมหาเศรษฐีกัน เพราะฉะนั้นก็จะตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินโดยการที่ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อที่จะช่วยเหลือสนับสนุนการขยายโอกาสทางด้านการศึกษาให้กับคนยากจนหรือคนที่มีฐานะปานกลางก็ก่อตั้งวิทยาลัยหัวเฉียวขึ้น มีคณะพยาบาลศาสตร์เป็นคณะแรกเนื่องจากเรามีโรงพยาบาลหัวเฉียวมาก่อนเพราะฉะนั้นก็จะผลิตพยาบาลเพื่อที่จะตอบสนองอัตรากำลังของโรงพยาบาลหัวเฉียว ต่อจากนั้นก็ขยายเป็นคณะต่าง ๆ มากขึ้น แต่ว่าสิ่งสำคัญของเราก็คือที่เราได้รับมาจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งซึ่งเป็นมูลนิธิที่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยของเรา ก็คือ เราจะต้องสืบทอด อนุรักษ์ และเผยแพร่ ภาษาและวัฒนธรรมจีน 
   มหาวิทยาลัยของเรามีความร่วมมือกับจีนในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ด้านแรกก็คือ การร่วมมือในการเปิดหลักสูตรร่วมกันทั้งหลักสูตรทางด้านภาษาจีนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เรามีหลักสูตรปริญญาเอกการสอนภาษาจีนเป็นหลักสูตรแรกในประเทศไทยโดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกว่างซี นอกจากนั้น มีคณะการแพทย์แผนจีนเป็นคณะแรกในประเทศไทยเปิดที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ทางด้านการแพทย์แผนจีน เราผลิตบัณฑิตร่วมกัน นักศึกษาชั้นปีที่ 5 ปีที่ 6 ต้องไปเรียนเฉพาะด้านและไปฝึกงานเราจะส่งไปที่เซี่ยงไฮ้ แล้วหลังจากนั้นเราจะได้ปริญญา 2 สถาบันร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติกับมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ และตอนนี้ก็ขยายความร่วมมือออกไปอีกว่า ถ้านักศึกษาไปฝึกงานที่ประเทศจีนเพิ่มอีก 6 เดือน สามารถรับปริญญาของมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้เพิ่มอีก 1 ใบ ได้เป็นปริญญาสองใบ แล้วก็มีสิทธิ์ในการที่จะสอบใบประกอบวิชาชีพของประเทศจีนได้ด้วย นอกจากนั้นเรามีการร่วมมือหลายด้านเลย ถ้าพูดถึงเรื่องแพทย์แผนจีนแล้วต้องนึกถึงสถาบันขงจื่อการแพทย์แผนจีนที่เราร่วมมือกับมหาวิทยาลัยการแพทย์ แผนจีนเทียนจิน อันนี้ก็มีหน้าที่ในการขยายความรู้และเผยแพร่ศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้กับชาวไทย ก็ทำหน้าที่ฝึกอบรมแพทย์แผนจีนให้ความรู้ทางด้านภาษาจีน วัฒนธรรมจีน จนกระทั่งตอนนี้เราก็ขยายความร่วมมือโดยการ ที่จะเปิดปริญญาโททางด้านการแพทย์แผนจีน ทางด้านการฝังเข็มกับมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจินเป็นแห่งแรกในประเทศไทย แล้วก็จะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ในการเปิดปริญญาโทอายุรกรรมทางการแพทย์แผนจีนหรือว่าการใช้ยาจีนกับมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ด้วยก็ถือว่าเป็นแห่งแรก ในประเทศไทย
   เรามีคณะภาษาและวัฒนธรรมจีน เราเปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตรด้วยกัน คือ หลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ กับหลักสูตรภาษาและวัฒนธรรมจีน เพราะฉะนั้นใครจะเน้นเรื่องภาษาหรือจะเน้นเรื่องภาษาและวัฒนธรรมก็ได้ หลักสูตรนี้เราก็ร่วมมือกับประเทศจีนเช่นเดียวกันโดยการที่มีการแลกเปลี่ยนโดยการส่งนักศึกษา ไปเรียนที่ประเทศจีนในชั้นปีที่ 3 เป็นเวลา 1 ปี เพราะฉะนั้นนักศึกษาจะมีความรู้ความสามารถทางด้านภาษาจีนค่อนข้างมาก แล้วก็พอกลับจากประเทศจีนในปีที่ 3 เราส่งให้มาฝึกงานในประเทศไทยปรากฏว่าใช้งานภาษาจีน ได้ดีมาก เพราะนักศึกษาสามารถสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนได้ระดับสูงสุด คือ ระดับ 5 แล้วในเรื่องของการมี งานทำเราบอกได้เลยว่านักศึกษาเรายังไม่ทันจบอยู่แค่ปี 4 ก็มีบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ สถานประกอบการ แม้แต่โรงเรียนก็ต้องการครูสอนภาษาจีนก็มาติดต่อเรา เพราะฉะนั้นนักศึกษาเกือบ 100% มีงานทำและมีรายได้สูงกว่าเกณฑ์ของปริญญาตรี โดยเฉพาะอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลอดภาษีต่าง ๆ ที่มีลูกค้าเป็นชาวจีนมาก ๆ ต้องการคนที่มีความรู้เป็นภาษาจีนเพราะฉะนั้นเค้าจะให้เงินเดือนค่อนข้างแพง
   มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ต้องบอกเลยว่าเรามีนักศึกษามาเรียนภาษาจีนน่าจะมากที่สุด ในประเทศไทย ปีนึงเกือบ 400 คน เฉพาะภาษาจีน นอกจากนั้นแล้วเรายังมีสถาบันภาษาสำหรับสอนภาษาจีนให้กับบุคคลทั่วไปในราคาที่ถูกมากเนื่องจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นผู้สนับสนุน ก็คือ 30 ชั่วโมง เพียง 1,500 บาท สามารถสอนภาษาจีนตั้งแต่ระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง เพราะฉะนั้นบุคคลทั่วไปก็สามารถเรียนได้และไม่ต้องเดินทางไปไกลอยู่ที่วิทยาเขตยศเสใกล้ ๆ กับโรงพยาบาลหัวเฉียว ตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยมีนักศึกษาจีนเกือบ 500 คน ก็มาเรียนหลายด้านแต่ส่วนมากแล้วก็จะเป็นภาษาและวัฒนธรรมไทย นอกจากนั้นก็จะเรียนทางด้านบริหารธุรกิจ ทางด้านการท่องเที่ยว ทางด้านนิเทศศาสตร์ก็มีบ้าง ส่วนมากแล้วจะเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่เราไปแลกเปลี่ยนกันก็จะทำให้เกิดการมีบัดดี้ คือตอนนี้เรามีบัดดี้คนไทยกับคนจีนเพราะฉะนั้นก็เรียนรู้ซึ่งกันและกันไม่ว่าจะเป็นภาษาและวัฒนธรรมได้ดีขึ้น
  การแพทย์แผนจีนเป็นแพทย์ทางเลือกมีมานานกว่า 5,000 ปีแล้วในประเทศจีน ตอนนี้ในประเทศไทย ก็เป็นที่นิยมกัน ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนหลักสูตรจริง ๆ แล้วคือหลักสูตร 5 ปี แต่เนื่องจากการเรียนการสอนตำราทั้งหมดใช้ภาษาจีนเป็นหลัก เพราะฉะนั้นนักศึกษาจะต้องเรียนภาษาจีนก่อน 1 ปี ในปีที่ 1 ก็เลยกลายเป็น 6 ปี ในปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ เองจะส่งนักศึกษาไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีนเป็นเวลา 8 เดือน เพราะฉะนั้นนักศึกษากลับมาก็จะเก่งภาษาจีนสามารถเข้าหลักสูตรแพทย์แผนจีนได้เลยโดยการเรียนการสอนเป็นภาษาจีน ศาสตร์การแพทย์แผนจีนในระดับปริญญาตรีจะครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัยโรคที่เรียกว่า การแมะ หลังจากนั้นก็เลือกวิธีการรักษาอาจจะรักษาโดยการใช้ยาจีนซึ่งเป็นโรคทางอายุรกรรมเป็นส่วนใหญ่ หรือว่าการฝังเข็ม หรือว่าการทุยหนา หรือว่าการครอบแก้ว ก็มีหลายอย่าง อันนี้เป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีซึ่งจะเรียน ทุกอย่างครบทุกโรคที่รักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน สำหรับการเรียนการสอนเราร่วมมือกับมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ เพราะฉะนั้นอาจารย์ก็จะมาจากทั้งสองแหล่งเลยคือของเราด้วยส่วนนึงกับอีกส่วนนึงก็มาจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ก็ในรายวิชาที่เราต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเราก็จะให้ แพทย์จีนจากประเทศจีนเข้ามาสอนแล้วก็ไปฝึกงานที่ประเทศจีนด้วย สำหรับความสนใจว่ามีผู้เรียนมากน้อยแค่ไหนเราบอกว่าตอนนี้เนื่องจากว่าศาสตร์การแพทย์แผนจีนเป็นที่นิยมในประเทศไทยเพราะเป็นศาสตร์ที่รักษาโรคเรื้อรังหรือว่ารักษาโดยที่ไม่ต้องใช้สารเคมี เหมือนกับการแพทย์แผนตะวันตกหรือแผนปัจจุบันที่จะต้องใช้ยาที่สังเคราะห์ขึ้นซึ่งเป็นการนำสารเคมีเข้าสู่ตัว แต่ว่าการแพทย์แผนจีนเป็นการแพทย์ทางเลือกเพราะฉะนั้นการรักษาก็ใช้สมุนไพรหรือไม่ก็ด้วยหัตถการอย่างการฝังเข็ม การนวดทุยหนา การครอบแก้วแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นการนำสิ่งแปลกปลอม เข้าไปสู่ร่างกาย เพราะฉะนั้นคนไทยก็นิยมมาก คนเรียนก็เลยมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้น การเรียนการสอนการฝังเข็มตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนก็มีเส้นเป็นแนวสำหรับการฝังเข็มเพราะฉะนั้นนักศึกษาจะได้ฝึกการฝังเข็มจริงเลย เรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เข็มผ่านเข้าชั้นผิวหนังไม่ได้ลงลึกถึงระดับเส้นประสาทที่จะทำให้รู้สึกเจ็บเพราะฉะนั้นเลือดก็จะไม่ไหลเพราะเนื่องจากว่าเข็มเล็กมาก บางมาก และคมมาก เพราะฉะนั้นก็จะผ่านชั้นผิวหนังไป ถ้ามีเลือดออกก็น้อยมากหรือแถบจะไม่มีเลยและจะไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ 
  โรงพยาบาลที่เป็นแพทย์แผนปัจจุบันจะมีแผนกของทางด้านการแพทย์แผนจีนโดยเฉพาะเรื่องฝังเข็ม เพราะเนื่องจากว่าทางกระทรวงสาธารณสุขก็มีหลักสูตรในการอบรมการฝังเข็มให้กับแพทย์แผนปัจจุบันด้วย เพราะฉะนั้นแพทย์แผนปัจจุบันก็สามารถฝังเข็มได้ แต่ก็ขออนุญาตโฆษณาของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ นิดนึงว่า มหาวิทยาลัยของเราก็มีคลีนิกการแพทย์แผนจีนที่บางพลี สมุทรปราการ แต่ถ้าเกิดเป็นในเครือเดียวกันคือเจ้าของเดียวกันของโรงพยาบาลหัวเฉียวก็มีคลีนิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวอยู่ที่ยศเสซึ่งต้องบอกว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้วก็มีหมอจีนมาจากประเทศจีนให้การรักษาเป็นจำนวนมาก แล้วตอนนี้เราก็สร้างคลังยาใหญ่ที่เป็นศูนย์จำหน่ายยากระจายยา และรับซื้อยามาจากประเทศจีนที่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้นเราก็จะรักษาด้วยยาที่มีคุณภาพ ยาที่แท้จริง และเป็นยาที่ใหม่
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ มีความเข้มแข็ง 2 ด้าน ด้านแรกคือ เรื่องจีน ส่วนอีกด้านคือ วิทยาศาสตร์สุขภาพ เรามีศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและมีชื่อเสียงมาก คือ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม เราไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันแต่เราก็มีแพทย์แผนจีนแทน
  ตอนนี้เรามีหลักสูตรเฉพาะทางสำหรับการอบรมสำหรับแพทย์แผนจีนเท่านั้นและต้องการมาหาความชำนาญหรือว่ามารับความรู้ใหม่ ๆ แต่ถ้าสำหรับประชาชนทั่วไปยังไม่ได้ แล้วประชาชนทั่วไปก็ไม่มีสิทธิที่จะฝังเข็ม ถ้าไม่ใช้แพทย์แผนจีนที่เรียนมา 
ประเทศจีนถือได้ว่าเค้าเป็นปรมาจารย์เป็นต้นกำเนิดของการแพทย์แผนจีน เพราะฉะนั้นเค้ามีตำราที่ทันสมัยมากแล้วก็มีงานวิจัย และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่สอนทางด้านการแพทย์แผนจีนก็มีเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีมานานกว่า 5,000 ปี แต่ก็ไม่ได้เป็นศาสตร์ที่ล้าสมัย เป็นศาสตร์ที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลาเพราะเรามีการศึกษาค้นคว้าความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
คลีนิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวที่ยศเสเป็นแหล่งฝึกงานหลักเลยของนักศึกษาเรา แล้วก็มีการส่งอาจารย์ ไปร่วมกันสอนถือว่าเป็นคลินิกพี่น้องกัน
  มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ ก็กำลังทำหน้าที่แสดงบทบาทของการเป็นสถาบันที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลิตบุคลากรและจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย - จีน พัฒนายิ่งขึ้น รวมไปถึงการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัย หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติก็เป็นผู้นำทางด้านนี้