วันหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เป็นวันที่ชาวหัวเฉียวน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2537 เป็นวันแห่งความภูมิใจและทรงคุณค่ายิ่งของมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นเป็นต้นมามหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้ วันที่ 24 มีนาคมของทุกปี เป็นวันหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  ในปี 2569 ครบรอบ 34 ปี ของการตั้งมหาวิทยาลัย และได้จัดงานวันหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดีเป็นประธาน พร้อมด้วยรองอธิการบดี ผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ พิธีทำบุญตักบาตรอาหารแห้ง พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีมอบเหรียญที่ระลึกแก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานครบ 10 ปี การแสดงความยินดีกับอาจารย์ที่ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ พิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Big Cleaning 
      มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติก่อกำเนิดมาจาก “วิทยาลัยหัวเฉียว” ซึ่งมีรากฐานเติบโตมาจากโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย ก่อตั้งโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยเปิดสอนหลักสูตรพยาบาลในระดับปริญญาตรีเป็นหลักสูตรแรก ต่อมาปี 2533 ในวาระที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งครบรอบ 80 ปี จึงได้ระดมทุนจากชาวไทยเชื้อสายจีน เพื่อก่อตั้งมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เมื่อปี 2535 ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้นยกสถานะเป็นมหาวิทยาลัย และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ” ทั้งยังได้เสด็จพระราชทานทรงเปิดมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2537 ยังความปลาบปลื้มและนับเป็นสิริมงคลอันใหญ่หลวงแก่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและชาวมหาวิทยาลัย และบรรดาชาวจีนโพ้นทะเลในดินแดนสยามที่ได้ร่วมแรงร่วมใจก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้
     มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติได้ทำหน้าที่ในฐานสถาบันอุดมศึกษาภายใต้รากฐานอันมั่นคงแห่งปณิธานและเจตนารมณ์แห่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในการผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้ประเทศชาติ โดยยึดกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีกระแสรับสั่งเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยว่า “ขอให้ทำมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ดี” ก่อให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างบัณฑิตที่รอบรู้ รู้ลึก รู้จริง ปฏิบัติงานได้จริง ควบคู่กับการมีคุณธรรมและอุทิศตนเพื่อรับใช้สังคมอย่างเต็มภาคภูมิ ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยยังคงไม่ลืมรากเหง้าสำคัญอันเป็นจุดกำเนิดของมหาวิทยาลัย คือ เอกลักษณ์ด้านจีน ที่มหาวิทยาลัยถือเป็นหน้าที่ที่จักต้องรักษาและสืบทอดให้มั่นคงยั่งยืน     มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติพร้อมปรับกระบวนทัศน์ใหม่สู่ความเป็น New HCU ที่เป็นมากกว่าสถาบันการศึกษา โดยมุ่งสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ทุกช่วงวัย ด้วยการวางแผนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา โดยช่วงแรก ปี 2565-2569 Period of Transformation พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ 5 เป้าหมายหลัก ได้แก่ 1. Niche University เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านจีนศึกษาและวิทยาศาสตร์สุขภาพ เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและอาเซียน 2. Lifelong Learning University เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต 3. Quality University เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับชาติและนานาชาติ เน้นผลผลิตนวัตกรรม วิจัย และงานบริการวิชาการที่ตอบสนองความต้องการชุมชนและสังคม บุคลากรมีศักยภาพระดับนานาชาติ 4. Digital Transformation เตรียมพร้อมมหาวิทยาลัย ด้วยการนำเทคโนโลยีและดิจิทัล ขับเคลื่อนระบบการเรียนการสอน งานบริหาร และงานบริการ และ 5. Green, Good Governance, Self-Supporting and Sustainability University บริหารจัดการมหาวิทยาลัยและสิ่งแวดล้อมอย่างพอเพียง มีประสิทธิภาพ ตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน ช่วงที่ 2 ปี 2570-2574 Period of Recognition สร้างการรับรู้มหาวิทยาลัยด้วยหลักสูตรที่แตกต่าง เป็นที่ต้องการของตลาด โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ สนองต่อความต้องการของผู้ที่ต้องการเข้ามาศึกษาทุกช่วงวัย บุคลากรมีศักยภาพระดับนานาชาติ มีศูนย์บริการด้านสุขภาพและด้านจีนที่สังคมยอมรับ และช่วงที่ 3 ปี 2575-2579 Period of Excellence มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านจีนศึกษา วิทยาศาสตร์สุขภาพ และโดดเด่นในการขับเคลื่อนการรับใช้สังคม 
     ก้าวสำคัญที่เป็นประจักษ์พยานการพลิกโฉมโดยมหาวิทยาลัยคว้าอันดับ 1 จาก 50 มหาวิทยาลัย อันดับ 4 ของ Asia จากการประเมินของ U-Multirank ของ European Commission ได้รับคะแนนระดับ Top Performance 12 ตัวชี้วัดจาก 5 ด้าน ได้แก่ 1. Teaching and Learning 2. Research 3. Knowledge Transfer 4. International Orientation 5. Regional Engagement และระดับนานาชาติครองอันดับ 24 ในกลุ่ม Student Mobility and Openness จากการจัดอันดับของ World Universities with Real Impact ปี 2023 เป็นผลสัมฤทธิ์ที่นำไปสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาคุณภาพ เปิดโลกทัศน์ และเป็นประตูสู่ประเทศจีน (China Gateway) ตอกย้ำด้วยการเป็นขุมคลังแห่งความรู้และเครือข่ายวิทยาการด้านจีนที่โดดเด่นและทันสมัยที่สุดในประเทศ และปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์มหาวิทยาลัย “ยืนหนึ่งเรื่องจีน รู้จริง ทำได้ ใส่ใจทุก Gen.” ปี 2025 มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก (SDGs) การประเมินครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ 1. การจัดการพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน (SI) 2. พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (EC) 3. การจัดการขยะ (WS) 4.การอนุรักษ์น้ำ (WR) 5. การจัดการด้านการขนส่ง (TR) และ 6. การศึกษาและการวิจัย (ED) ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียว UI GreenMetric World University Rankings 2025 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติอยู่ในอันดับที่ 208 ของโลก จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมประเมิน 1,743 แห่ง และอันดับที่ 17 ของประเทศไทย จากมหาวิทยาลัยไทยที่เข้าร่วมประเมิน 61 แห่งคะแนนประเมินรวมเท่ากับ 8,112.5 คะแนนซึ่งสูงกว่าคะแนนประเมินรวมปี 2024 ที่ได้ 7,725 คะแนน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังได้รับคะแนนประเมินรวมด้านการศึกษาและการวิจัย (ED) สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยคะแนน 1,787.5 จาก 1,800 คะแนน



Total 1035 Record : 52 Page : 1 [ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ][ 12 ][ 13 ][ 14 ][ 15 ][ 16 ][ 17 ][ 18 ][ 19 ][ 20 ][ 21 ][ 22 ][ 23 ][ 24 ][ 25 ][ 26 ][ 27 ][ 28 ][ 29 ][ 30 ][ 31 ][ 32 ][ 33 ][ 34 ][ 35 ][ 36 ][ 37 ][ 38 ][ 39 ][ 40 ][ 41 ][ 42 ][ 43 ][ 44 ][ 45 ][ 46 ][ 47 ][ 48 ][ 49 ][ 50 ][ 51 ][ 52 ] Next>>